หากพูดถึงชื่อ ‘ป้าป้อม-ศิริกุล ซื่อต่อชาติ’ หรือที่ใครหลายคนคุ้นหูในชื่อ ‘ป้าป้อมปลูกผัก’ ภาพจำคือผู้หญิงใจดีที่คอยสอนคนเมืองให้เนรมิตพื้นที่สีเขียว แต่ในปีนี้ ไทม์ไลน์ชีวิตของป้าป้อมในวัย 67 ย่าง 68 ปี กำลังขยับไปสู่จังหวะที่สงบ เรียบง่าย ทว่าทรงพลังมากกว่าเดิม
ถึงเวลา ‘ส่งต่อ’ เพื่อกลับมา ‘โฟกัสตัวเอง’
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ป้าป้อมทุ่มเทเวลาให้กับการเป็นวิทยากร สอนปลูกผัก และทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันป้าป้อมตัดสินใจส่งต่อภารกิจให้คนรุ่นใหม่รับช่วงต่อ เพื่อให้ตัวเองได้กลับมาทำในสิ่งที่เคยอยากทำแต่ไม่มีโอกาสได้ทำสมัยยังสาว
"ตอนนี้กลับมาโฟกัสที่ตัวเอง อะไรที่เคยอยากทำก็ได้ทำสมใจ ทั้งเดินป่า ออกกำลังกาย และดูแลร่างกายจิตใจอย่างจริงจัง" ป้าป้อมเล่าด้วยรอยยิ้มถึงชีวิตที่เบาสบายขึ้น
ไลฟ์สไตล์สุดแอคทีฟ: จากสวนผักสู่ ‘สังเวียน’ และ ‘ป่าลึก’
ใครที่คิดว่าวัย 60+ ต้องอยู่นิ่ง ๆ คงใช้ไม่ได้กับป้าป้อม ด้วยพื้นฐานเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ทำให้ป้าป้อมออกแบบการออกกำลังกายให้เข้ากับไลฟ์สไตล์แอดเวนเจอร์ของตัวเอง
ชกมวย: กีฬาที่ป้าป้อมหลงรักมาตั้งแต่วัยสาว วันนี้ได้กลับมาเข้ายิมชกมวยครบ 1 ปีเต็ม
เดินป่า: ป้าป้อมไม่ใช่สายเช็คอินคาเฟ่ แต่เป็นสายเดินป่า เข้าอุทยาน เดินเท้าไป-กลับ 3-4 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายกระฉับกระเฉงและสัมผัสธรรมชาติ
พายซับบอร์ด: อีกหนึ่งกิจกรรมท้าทายที่พิสูจน์ว่าขาต้องแข็งแรง เพื่อให้ไปต่อได้ทุกที่ที่ใจอยากไป
มากกว่าการเรียน คือการได้กลับมาเจอหน้า
หากใครติดตามเพจป้าป้อมปลูกผัก จะรู้ดีว่าป้าป้อมเปิดพื้นที่เล็ก ๆ ที่บ้านของตัวเอง สอนทำเต้าหู้ เต้าฮวย ด้วยถั่วเหลืองออร์แกนิค เรียนแบบจับมือทำสไตล์ป้าป้อม มากไปกว่านั้น ยังมีคลาสทำอาหารตามใจผู้เรียน สำหรับใครที่เคยเรียนทำเต้าหู้มาแล้วจะรู้ดีว่าคลาสของป้าป้อมสนุกแค่ไหน และกลายเป็นพื้นที่รวมตัวของคนคอเดียวกันที่อยากเรียนเมนูใหม่ ๆ ตามคำเรียกร้องไปโดยปริยาย เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เดือนละครั้งที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรสมือที่คุ้นเคย
‘ทำกินเอง’ ความสุขที่ปรุงด้วยสติและรักษ์โลก
เมื่อ อาหาร คือสิ่งที่ป้าป้อมหลงใหลมาโดยตลอด ยิ่งเป็นอาหารเพื่อสุขภาพฝีมือตัวเองนั้น ยิ่งมาพร้อมความใส่ใจในทุกกระบวนการ ป้าป้อมไม่ทานอาหารตาม
ร้าน ไม่ดื่มกาแฟข้างนอก แต่เลือกที่จะปรุงเองทุกมื้อ ตั้งแต่ทำเต้าหู้ไปจนถึงการทำขนมปังซาวโดว์
"การทำอาหารคือการฝึกสมองและอยู่กับสติ เวลาตำน้ำพริกหรือคนแกง หัวสมองจะไม่คิดเรื่องอื่นเลย มันคือโมเมนต์ที่เราอยู่กับปัจจุบัน ถ้าใจวอกแวก กะทิก็ไหม้ได้"
นอกจากนี้ ป้าป้อมยังเป็นกระบอกเสียงเรื่องการลดขยะ โดยการพกเครื่องปรุงและอุปกรณ์ไปทำอาหารเองแม้เวลาเดินทางท่องเที่ยว เพื่อลดการสร้างภาระให้สิ่งแวดล้อม
วัยเกษียณคือ ‘โอกาสทอง’ ของชีวิต
เมื่อถามถึงความรู้สึกในวัย 67 ปี ป้าป้อมตอบด้วยความมั่นใจว่า "ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแก่เลย" และมักจะบอกใครต่อใครว่า "เพิ่งจะ 67 เองค่ะ" เพื่อยืนยันว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข
ป้าป้อมฝากทิ้งท้ายถึงชาว Gen ยัง Active ว่า วัยเกษียณคือช่วงเวลาที่จะได้ปลดล็อกตัวเอง "อยากให้เปิดใจ หากิจกรรมทำ พบปะเพื่อนฝูง อย่าอยู่นิ่ง และพยายามใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องไปคิดกังวลเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เคลียร์ข้าวของที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง เพื่อให้ใจและกายเบาสบายที่สุด"
นี่คือ ‘ป้าป้อมปลูกผัก’ เวอร์ชั่นปัจจุบัน ผู้ที่ไม่ได้ปลูกแค่ผัก แต่กำลังปลูก ‘ความสุข’ และ ‘พลังใจ’ ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัยของชีวิต




