‘การมีชีวิตอยู่คือการเรียนรู้ และการตายคือการคืนสู่ธรรมชาติที่งดงาม’ นี่คือแก่นความคิดที่สัมผัสได้ทันทีเมื่อมีโอกาสได้ร่วมสนทนากับ 'ป้าศรี-คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์’ ในวัย 86 ปี ผู้ซึ่งกาลเวลาทำหน้าที่เพียงบ่มเพาะให้มุมมองชีวิตเฉียบคมและเบาสบายยิ่งขึ้น จนเรากล้าเอ่ยอย่างเต็มปากว่าเธอคือต้นแบบของ Gen ยัง Active ที่แท้จริง วันนี้เราจะพาไปอัปเดทวิถีชีวิตที่ ‘ไม่เคยหยุดนิ่ง’ พร้อมหลากหลายโปรเจกต์ที่ป้าศรียังคงสนุกที่จะปั้นแต่งขึ้นด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วย ‘สุขเสรี’
โลกที่เชื่อมโยง—จาก ‘ชีวามิตร’ สู่ ‘การคืนสู่ดิน’
ปัจจุบันป้าศรียังคงดำรงตำแหน่งประธานและผู้ก่อตั้ง วิสาหกิจเพื่อสังคม ‘ชีวามิตร’ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องการ ‘อยู่ดี ตายดี’ แต่โปรเจกต์ล่าสุดที่ป้าศรีกำลังตื่นเต้นคือการมองข้ามช็อตไปถึงการบริหารจัดการร่างหลังความตาย
"สนใจเรื่องการคืนสู่ดิน (Human Composting) มันคือการคืนสู่ธรรมชาติที่งดงามและช่วยเรื่อง PM 2.5 ได้ด้วย เราอยากสร้างสุสานให้กลายเป็นป่า พื้นที่ที่ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นการหล่อเลี้ยงชีวิตใหม่ของต้นไม้และระบบนิเวศ ทุกอย่างมันเป็นวัฏจักร ต้นไม้เติบโตจากสิ่งที่เราทิ้งไว้ เป็นความตายที่งดงามและเชื่อมโยงกับธรรมชาติและธรรมะอย่างที่สุด"
ไม่เพียงแค่นั้น ป้าศรียังขยายขอบเขตความสนใจไปถึง ‘เพลินไพร’ ที่ชัยภูมิ ศึกษาเรื่องการทำฟาร์มแบบออร์แกนิค เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมี และยังมีโปรเจกต์ร่วมกับหอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ ตั้ง ‘กองทุนกิจกรรมธรรมะนอกกรอบ’ ด้วยโครงการ ‘พระทอล์ค’ เป็นรูปแบบการเสวนาสไตล์ Ted Talk โดยมีพระร่วมเสวนาบนเวที ไม่มีเทศน์ ไม่มีสอน ไม่มีธรรมาสน์ เป็นเพียงพื้นที่ที่เปิดให้ได้เห็นชีวิตที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์อย่างตรงไปตรงมา และสัมพันธ์กับพุทธศาสนาในแบบที่ธรรมดาที่สุด และเพื่อให้พุทธศาสนาทันสมัยและเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ได้จริง
วิชาใจนำวิชากาย—‘สมองใส ใจสบาย’
เมื่อถามถึงเคล็ดลับการดูแลสุขภาพว่าทำอย่างไรให้ดูแอคทีฟในวัย 80+ ป้าศรีในวัย 86 ตอบด้วยน้ำเสียงสดใสว่าไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรเป็นพิเศษ เข้าฟิตเนส เล่นเวทเทรนนิ่งตามสมควร แต่เป็นคนที่เดินเร็วมาแต่ไหนแต่ไร จึงอาจเป็นการออกกำลังกายไปในตัว พร้อมทั้งเล่าให้ฟังว่าเห็นแข็งแรงเดินเหินคล่องแคล่วเช่นนี้ ยังมีโรคประจำตัวที่มาตามวัย แต่สิ่งที่ให้ความสำคัญมากกว่าร่างกายคือ ‘สุขภาพสมอง’
"ขอสมองใสไปจนวันตาย ถ้าใจไม่สบาย สมองจะไม่ใส ด้วยโปรเจกต์ที่ได้ทำคือชมรม 'สมองใส ใจสบาย' ที่จุฬาฯ ก่อตั้งขึ้นเพราะเป็นห่วงคนวัย 50+ ที่จะสมองเสื่อมลงโดยไม่จำเป็น ตอนนี้มีสมาชิกหลายพันคนแล้ว"
ทั้งนี้ ป้าศรี ได้ร่วมก่อตั้งชมรม ‘สมองใสใจสบาย’ ร่วมกับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้เกิดชุมชนออนไลน์ที่สนใจดูแลสุขภาพสมอง และเกิดกิจกรรมที่สร้างการตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพสมองและสุขภาพจิตในการป้องกันภาวะสมองเสื่อม โดยดำรงตำแหน่งประธานชมรมคนแรกเมื่อปี 2563 และเป็นที่ปรึกษาชมรมในปัจจุบัน
ส่วนอีกหนึ่งเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ของป้าศรี คือยาดีที่ไม่ต้องซื้อหาอย่าง ‘อารมณ์ขัน’ "ป้าเห็นอะไรก็ขำไปหมด ดูสนุกไปหมด ชอบอ่านหนังสือตลก หัวเราะง่าย นี่แหละยาใจชั้นดี"
สุขเสรีคือ ‘การสนุกกับสิ่งใหม่’ ในวัย 80+
ในขณะที่วัย 50+ หลายคนกลัวเทคโนโลยี ป้าศรีกลับสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อย่าง AI
"สนุกกับการใช้ AI มาก เราต้องใช้เทคโนโลยีให้เป็น ใช้มันหาความรู้ ใช้มันเพื่อให้เราหัวเราะ ถ้าเรา Prompt เป็น เราจะเรียนรู้อะไรได้อีกเยอะมาก ตราบใดที่มีชีวิต จงสนใจทั้งเรื่องข้างใน (ใจ) และข้างนอก (โลก) แล้วสนุกกับมัน"
คำนิยามของ ‘สุขเสรี’ ในวันนี้คืออะไร? "อยากทำอะไรก็ทำ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับอดีตที่เราสร้างมาด้วยนะ เราอาศัยโลกนี้มา 80 กว่าปีแล้ว จะอยู่กับมันอย่างไรให้ดีที่สุด สุขเสรีของป้าคือสุขที่เอื้อกับธรรมชาติ สุขกับการทำบ้าทำบอ อยู่กับต้นไม้ เดินป่า รับพลังงานดี ๆ"
ของขวัญทางความคิด: ‘สติและสมาธิ’ คู่หูทรงพลังแห่งการอยู่กับปัจจุบัน
หากตั้งคำถามกับหญิงแกร่งวัย 80+ ว่าหัวใจมีวิธีรับมือกับความทุกข์อย่างไร? คำตอบที่ได้รับอาจเป็นบทเรียนล้ำค่าที่คนวัย 50+ ทุกคนควรนำกลับไปขบคิด เพราะในวันที่เมฆหมอกแห่งความขุ่นมัวเข้าปกคลุม ป้าศรีมีเทคนิคพลิกโหมดอารมณ์ ด้วยการดึงสติกลับมาปักหมุดอยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่ยอมให้ใจดิ่งจมไปกับตะกอนในอดีต หรือพะวงกับภาพฝันในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
สำหรับป้าศรีแล้ว สารพัดโปรเจกต์มหาศาลที่กำลังดำเนินอยู่ ตั้งแต่การปลูกป่าสร้างระบบนิเวศ ไปจนถึงการศึกษาวัฏจักรธรรมชาติ หาใช่ภาระที่ต้องแบกหาม แต่คือพื้นที่แห่งความผ่อนคลายและความสนุก โดยเลือกเปลี่ยนทุกความรับผิดชอบให้กลายเป็นพลังบวก
“ครั้งหนึ่งเคยเข้าหาธรรมะเพราะความทุกข์ จนกระทั่งทุกอย่างค่อย ๆ ตกผลึกและคลี่คลายไปตามกาลเวลา แม้แต่การเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งใหม่ในวัยใกล้ 60 ก็เป็นบทพิสูจน์ถึงความเข้าใจในจังหวะชีวิตเช่นกัน” เมื่อมองเห็นสัจธรรมนี้ จึงสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเลขและอายุ ไปสู่ความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
คำแนะนำถึงเพื่อนร่วมวัย 50+
"สติและสมาธิสำคัญที่สุด ถ้าเราทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา เราจะไปไหน ทำอะไรกับใคร มันสนุกหมด ป้ามีเพื่อนต่างวัยที่อายุน้อย ๆ เยอะมาก ทั้งเด็กวัยรุ่น ทั้งพระ เราต้องสนุกกับความแผลง ๆ ของลูกหลาน สนุกกับความก้าวหน้าของโลก ไม่ว่าจะเป็นควอนตัมฟิสิกส์หรือ AI ถ้าใจเราเปิด โลกมันจะไม่น่ากลัวเลย"
ความสุข ณ ปัจจุบันขณะของป้าศรี คือความเรียบง่ายจากการได้เชื่อมโยงกับธรรมชาติ ต้นไม้ และสายน้ำ พื้นที่เหล่านี้คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าเราทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรที่หมุนเวียนไปไม่สิ้นสุด เพราะการใช้ชีวิตอย่าง ‘สง่างาม’ ที่แท้จริง คือการเรียนรู้ที่จะเติบโตและแปรเปลี่ยนไปพร้อมกับโลกอย่างกลมกลืน โดยไม่ยอมให้ความทุกข์เข้ามาสั่นคลอนความอิสระในหัวใจ




