เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูฝน เป็นช่วงเวลาที่เชื้อโรคบางชนิดแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น¹³ หลายโรคที่พบได้บ่อยในช่วงนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพตนเอง การเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพที่ช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วย และช่วยให้วัย 50+ ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจตลอดฤดูกาล
ทำไม ‘หน้าฝน’ ถึงควรใส่ใจเรื่องวัคซีน
ในช่วงหน้าฝน ความชื้นและน้ำขังเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทั้งจากยุง น้ำ หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ มากไปกว่านั้น การระบาดของโรคต่าง ๆ¹ ในฤดูฝนเกิดมากกว่าปกติเนื่องจากหลายปัจจัยสำคัญ ดังนี้
สภาพอากาศชื้นและเย็นลงในฤดูฝน¹ เป็นสิ่งที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียหลายชนิด เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ และ RSV ซึ่งมักระบาดในช่วงนี้ เพราะความชื้นช่วยให้เชื้อคงทนและกระจายได้ง่ายขึ้นในละอองฝอยที่ลอยอยู่ในอากาศ
น้ำขังและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ซึ่งการมีน้ำขังจากฝนตกสะสมทำให้ยุงขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและมากขึ้น ส่งผลให้โรคไข้เลือดออกระบาดได้หนักในฤดูฝน²˒³
คนมักอยู่ในที่แคบและชื้น เช่น ในอาคารหรือบ้านที่มีการระบายอากาศไม่ดี ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดและละอองฝอย เช่น โรคทางเดินหายใจ RSV และไข้หวัดใหญ่¹
สุขอนามัยที่ลดลง ในช่วงฝนตกหนักอาจทำให้การดูแลความสะอาดส่วนบุคคลและสิ่งแวดล้อมลดลง ลดการล้างมือ หรือใช้แหล่งน้ำที่ไม่สะอาด เป็นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เชื้อโรคแพร่กระจาย³˒⁴
ในเมื่อช่วงหน้าฝนเป็นเวลาที่โรคติดเชื้อแพร่กระจายได้ง่ายเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในวัย 50+ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว การได้รับวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดโอกาสการนอนโรงพยาบาล และลดอัตราการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ¹³˒¹⁴ และนี่คือรายชื่อวัคซีนสำคัญที่วัย 50+ ควรอัปเดตเพื่อสร้างแต้มต่อให้สุขภาพในฤดูฝนนี้
1. วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่⁶˒⁷
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคยอดฮิตที่ระบาดหนักที่สุดในช่วงฤดูฝน เนื่องจากเชื้อไวรัสกระจายตัวได้ดีในอากาศชื้น สำหรับวัย 50+ ไข้หวัดใหญ่อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
คำแนะนำ ควรได้รับการฉีดกระตุ้น เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ในแต่ละปี การฉีดวัคซีนสายพันธุ์ล่าสุดจึงช่วยฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างตรงจุด
2. วัคซีนป้องกันโควิด-19¹˒⁷
แม้สถานการณ์จะปรับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงมีการระบาดเป็นระลอก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีการรวมตัวในพื้นที่ปิดและการระบายอากาศที่จำกัด
คำแนะนำ แนะนำให้ฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีอายุ 18-19 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโควิด 19 ที่รุนแรงได้แก่โรคหัวใจ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคเบาหวาน⁷ เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการลองโควิด และความรุนแรงของโรค
3. วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบนิวโมคอคคัส
เชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคปอดบวม ปอดอักเสบ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอาจเกิดแทรกซ้อนตามมาหลังจากเป็นไข้หวัดใหญ่ในช่วงหน้าฝน⁸˒⁹
คำแนะนำ แม้โดยทั่วไปจะเริ่มแนะนำตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป และอายุ 18-64 ปี ที่มีโรคประจำตัวที่ไม่ใช่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เช่น โรคปอด โรคตับ โรคไต หรือโรคหัวใจ)⁷ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนชนิดนี้
4. วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ RSV
หลายคนอาจคุ้นเคยว่า RSV เป็นโรคของเด็กเล็ก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื้อไวรัส RSV เป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรงในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เชื้อไวรัสชนิดนี้จะแพร่กระจายได้ดีมาก¹⁰˒¹¹
ความสำคัญในวัย 50+ เมื่อติดเชื้อ RSV อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หรือระบบหายใจล้มเหลว โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หัวใจ หรือเบาหวาน การได้รับวัคซีนป้องกัน RSV¹⁰˒¹¹ จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและลดความเสี่ยงการต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลช่วงหน้าฝนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
5. วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก
ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่มีน้ำขังตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก ทำให้มีสถิติผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงนี้²˒³
ความสำคัญในวัย 50+ แม้ไข้เลือดออกจะเกิดจากยุงกัด แต่สำหรับวัย 50+ ความรุนแรงของโรคและการเกิดภาวะแทรกซ้อน (เช่น เกล็ดเลือดต่ำอย่างรุนแรง หรือภาวะช็อก) มีความเสี่ยงสูงกว่าวัยรุ่น การฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกจึงช่วยลดความรุนแรงของโรคหากเกิดการติดเชื้อ และลดอัตราการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
6. วัคซีนป้องกันโรคไอกรน
หลายคนอาจคิดว่าโรคไอกรนเป็นโรคที่พบเฉพาะในเด็ก แต่ในความเป็นจริง วัย 50+ คือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่อากาศชื้นและเย็น ซึ่งเอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม¹²
ความสำคัญในวัย 50+ ภูมิคุ้มกันจากวัคซีนไอกรนที่เคยฉีดในวัยเด็กจะลดลงไปตามกาลเวลา เมื่อติดเชื้อในวัยนี้มักจะมีอาการไอรุนแรง เป็นชุด ๆ ไอจนนอนไม่ได้ และไอต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก ที่สำคัญคืออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบติดเชื้อได้¹²
คำแนะนำ แนะนำให้ฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยมักจะฉีดร่วมกันในรูปแบบของวัคซีนรวมป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap) จำนวน 1 เข็ม และควรฉีดกระตุ้นซ้ำทุก ๆ 10 ปี⁷
วัย 50+ ควรดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ รักษาสุขอนามัย และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงรอบตัว เพื่อช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยและใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรง
เมื่อฤดูกาลเปลี่ยน สุขภาพของเราก็ต้องการการดูแลที่เหมาะสมมากขึ้นเช่นกัน การเลือกฉีดวัคซีนให้ตรงกับความเสี่ยงของตัวเอง เปรียบเสมือนการเตรียมภูมิคุ้มกันล่วงหน้า อย่าปล่อยให้อายุหรือสภาพอากาศแปรปรวนมาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตมาร่วมสร้างเกราะป้องกันเชิงรุกด้วยการอัปเดต วัคซีนที่จำเป็น เพื่อป้องกันการเกิดโรค หรือลดความรุนแรงของโรคไปด้วยกัน
โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
เอกสารอ้างอิง: 1. Pica N, Bouvier NM. Environmental factors affecting the transmission of respiratory viruses. Curr Opin Virol. 2012;2(1):90-5. doi:10.1016/j.coviro.2011.12.003. Available from: https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC3311988/ 2. Centers for Disease Control and Prevention. Life cycle of Aedes mosquitoes [Internet]. Atlanta: CDC; 2024 Apr 16 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://www.cdc.gov/mosquitoes/about/life-cycle-of-aedes-mosquitoes.html 3. Centers for Disease Control and Prevention. How dengue spreads [Internet]. Atlanta: CDC; 2025 May 22 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://www.cdc.gov/dengue/transmission/index.html 4. Centers for Disease Control and Prevention. Water, sanitation, and hygiene (WASH)-related emergencies and outbreaks [Internet]. Atlanta: CDC; 2024 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://www.cdc.gov/water-emergency/index.html 5. Centers for Disease Control and Prevention. Guidelines for personal hygiene during an emergency [Internet]. Atlanta: CDC; 2024 Aug 5 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://www.cdc.gov/water-emergency/safety/guidelines-for-personal-hygiene-during-an-emergency.html 6. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์. วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ [Internet]. กรุงเทพฯ: Chulabhorn Channel; 2025 Sep 10 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://chulabhornchannel.cra.ac.th/health-articles/62077/ 7. IDAT;2025;1-46;Recommend Adult and Elderly Immunization Schedule 8. Centers for Disease Control and Prevention. Clinical overview of pneumococcal disease [Internet]. Atlanta: CDC; 2026 Feb 25 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://www.cdc.gov/pneumococcal/hcp/clinical-overview/index.html 9. Centers for Disease Control and Prevention. Chapter 12: Influenza. In: Epidemiology and Prevention of Vaccine-Preventable Diseases: The Pink Book [Internet]. Atlanta: CDC; 2024 Apr 1 [cited 2026 Jun 5]. Available from: https://www.cdc.gov/pinkbook/hcp/table-of-contents/chapter-12-influenza.html 10. CDC;2025;1-2;RSV in Adults 11. CDC;2026;1-5;RSV Vaccine Guidance for Adults 12. Centers for Disease Control and Prevention. (2025, November 26). About whooping cough. U.S. Department of Health & Human Services. https://www.cdc.gov/pertussis/about/index.html 13. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรมควบคุมโรค เตือนฤดูฝน เฝ้าระวัง 9 โรคติดต่อ 3 ภัยสุขภาพที่พบบ่อย พร้อมแนะวิธีป้องกันตนเอง [อินเทอร์เน็ต]. 2569 [เข้าถึงเมื่อ 14 มิ.ย. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?deptcode=brc&news=57248&news_views=188 14. Centers for Disease Control and Prevention. Immunization can prevent severe respiratory illness and death [Internet]. 2024 Oct 11 [cited 2026 Jun 14]. Available from: https://www.cdc.gov/ncird/whats-new/immunization-can-prevent-severe-respiratory-illness-and-death.html
NP-TH-AVU-WCNT-260001 | Jun 2026 Non-Promotional Material




