line
เมนู
รู้แล้วยัง

จากความเชื่อสู่ความจริง: ทำไม ‘เป่าคาถา’ ถึงสู้ ‘นวัตกรรมวัคซีน’ ไม่ได้ในยุค 2026

เลิกเป่า เลิกพ่น เลิกเสี่ยงติดเชื้อซ้ำซ้อน
แชร์บทความนี้
line
line
line

ในโลกออนไลน์ เรายังคงเห็นกระทู้ตามหา ‘หมอเป่า’ เพื่อรักษาโรคงูสวัดอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความหวังว่าจะหายไวและพ้นจากความทรมาน แต่รู้หรือไม่ว่าการรักษาด้วยวิธีนี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต...ว่าแต่ ‘หมอเป่า’ คือใคร ทำไมต้องเป่า เป่าแล้วจะหายจากโรคงูสวัดจริงหรือไม่ ร่วมหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

รู้จัก ‘โรคงูสวัด’ ให้มากขึ้น

โรคงูสวัด (Herpes Zoster/ Shingles) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella-zoster virus, VZV) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส โดยเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ หรือการสัมผัสตุ่มน้ำใสโดยตรง เมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อจะไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกาย ทำให้เกิดโรคงูสวัดขึ้นได้ในภายหลัง เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง เชื้อที่แฝงตัวอยู่ก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนทำให้มีอาการปวด แสบร้อน บริเวณผิวหนังมีผื่นแดง กลายเป็นตุ่มน้ำใส มักเรียงกันเป็นกลุ่มหรือแถวยาวตามแนวเส้นประสาทและจะแตกออกเป็นแผลจนตกสะเก็ด

ทั้งนี้ โรคงูสวัดถือเป็นโรคติดเชื้อไวรัสอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็มีโอกาสเป็นได้ ซึ่งโดยปกติหากร่างกายมีภูมิต้านทานหรือมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แม้ว่าจะได้รับเชื้อมา แต่ก็อาจจะไม่มีอาการใด ๆ แสดงให้เห็น แต่ทันทีที่ร่างกายอ่อนแอหรือระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ลดลง ก็จะเริ่มมีผื่นแดงกระจายลุกลาม และตามมาด้วยอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่เป็น จึงทำให้คนที่เป็นโรคงูสวัดนั้นรู้สึกเจ็บปวดทรมานและอยากจะหายจากโรคนี้ให้เร็วที่สุด

แล้วหมอเป่าคือใคร?

ส่วน ‘หมอเป่า’ นั้น โดยทั่วไปหมายถึงหมอชาวบ้าน จากความเชื่อดั้งเดิมมักเชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคงูสวัดให้หายขาดได้ ขั้นตอนการรักษาก็อาจจะแตกต่างกันไปในหมอแต่ละคน อาจจะเริ่มด้วยการร่ายมนต์ร่ายคาถาสร้างความศักดิ์สิทธิ์กันก่อน จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนการพ่นน้ำมนต์หรือพ่นยาสมุนไพรลงบนรอยแผล โดยใช้ปากหมอเป่า อมยาเอาไว้ เสร็จแล้วก็พ่นลงไป

ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่อยู่บนแผลของผู้ป่วยโรคงูสวัด ไม่ได้มีแค่เพียงยาหรือน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์แน่ ๆ แต่ยังแถมไปด้วยน้ำลายที่เต็มไปด้วยเชื้อแบคทีเรียมากมาย การพ่นยาของหมอเป่าจึงเป็นเหมือนการพ่นเชื้อโรคนานาชนิดใส่แผลโดยตรง จึงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง และอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดจนเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ในที่สุด

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเป่ายาลงบนผิวหนัง นอกจากจะไม่ช่วยฆ่าเชื้อไวรัสงูสวัดให้ตายแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนอีกด้วย

สรุปแล้วเมื่อสงสัยว่าเป็นงูสวัดควรทำอย่างไร?

เมื่อเริ่มสังเกตเห็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มพองเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นเป็นกลุ่มบนผิวหนังตามร่างกาย พร้อมกับอาการปวดแสบปวดร้อน ให้รีบมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันทีเพื่อวินิจฉัยต่อไปว่าลักษณะตุ่มแบบนี้เป็นงูสวัดจริงหรือไม่ และหากพบว่าเป็นงูสวัด ก็แค่รับประทานยาต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอให้ครบ พร้อมกับระมัดระวังเรื่องของความสะอาดของรอยแผล โดยเฉพาะเมื่อตุ่มน้ำแตกออก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน และเมื่อตุ่มน้ำแห้งดีแล้วก็จึงค่อยรักษาแผลเป็น โดยไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องไปหาหมอเป่ายา

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

ทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรคงูสวัด คือการรับวัคซีนนั่นเอง ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดคือวัคซีนชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น (Recombinant Zoster Vaccine, Adjuvanted; RZV) โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์สายพันธุ์ OKA (zoster vaccine live; ZVL) โดยฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง

Recombinant Zoster Vaccine, Adjuvanted; RZV

  • ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 2 เข็ม ขนาดเข็มละ 0.5 มล. ห่างกัน 2-6 เดือน
  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคงูสวัด เนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง จำนวน 2 เข็ม ขนาดเข็มละ 0.5 มล. ห่างกัน 1-2 เดือน

Zoster Vaccine Live; ZVL

  • พิจารณาให้ ZVL ขนาด 0.5 มล. 1 โดส ในผู้ที่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดได้ โดยให้เว้นระยะห่างหลังจากเป็นงูสวัดอย่างน้อย 3-6 เดือน
  • ผู้ที่เคยได้รับวัคซีนงูสวัดชนิดเชื้อเป็น (Zoster Vaccine Live; ZVL) มาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดชนิดไม่ใช่เชื้อเป็นนี้ได้ โดยฉีด 2 เข็ม และเว้นระยะห่างจากวัคซีนงูสวัดชนิดเชื้อเป็นอย่างน้อย 2 เดือน

‘งูสวัด’ ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ แต่คือโรคจากเชื้อไวรัสที่รักษาได้ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับแรงลมเป่า

วิธีป้องกัน/ลดความเสี่ยงการเกิดงูสวัด ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง, พักผ่อนเพียงพอ, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, หลีกเลี่ยงภาวะเครียด

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม

เรียบเรียงโดย : จีเอสเค

เอกสารอ้างอิง:
1.ผู้จัดการออนไลน์. “หมอแล็บ” เผยวิธีรักษาโรคงูสวัดไม่ต้องไปหาหมอเถื่อนเป่ายา ชี้เสี่ยงติดเชื้อเพิ่ม-แผลหายช้า [Internet]. mgronline.com; 20 ธ.ค. 2564 [cited 2026 Feb 19].
Available from: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9640000125352
2.โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด [Internet]. siphhospital.com; 01 ก.ค. 2568 [cited 2026 Feb 19].
Available from: https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/zoster-vaccine
3.True Digital Group Co., Ltd. ทำไมเป็นงูสวัด ถึงไม่ควรไปหา “หมอเป่า” [Internet]. women.trueid.net; [cited 2026 Feb 19].
Available from: https://women.trueid.net/detail/j7eZnK4AXGRb
4.IDAT;2025;1-46;Recommend Adult and Elderly Immunization Schedule

NP-TH-HZU-WCNT-260002 | Feb 2026
Non-Promotional Material

GSK ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของท่านและเราให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวัง
หากท่านต้องการทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บ และวิธีการที่เราเก็บข้อมูลเหล่านั้น ท่านสามารถศึกษาได้จาก ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว