line
เมนู
ไลฟ์สไตล์

ขยับกายสบายไต: มัดรวมท่าออกกำลังกายวัย 50+ ที่ไม่เพิ่มภาระให้ร่างกาย

เปลี่ยนกิจวัตรเบา ๆ ให้เป็นเกราะคุ้มกันโรค เริ่มได้ไม่ต้องรอ
แชร์บทความนี้
line
line
line

วัย 50+ เป็นวัยที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ ‘ไต’ อวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่กรองของเสีย รักษาสมดุลน้ำ แร่ธาตุ และผลิตฮอร์โมน หากไตทำงานผิดปกติจนกลายเป็นโรคไตเรื้อรัง อาจนำมาซึ่งอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร บวมตามตัว หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งมักมีสาเหตุหลักมาจากเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความอ้วน

หลายคนอาจกังวลว่า ‘เป็นโรคไตหรืออายุเยอะแล้ว จะออกกำลังกายได้ไหม?’ คำตอบคือ ‘ได้และควรทำอย่างยิ่ง’ เพราะการขยับร่างกายที่เหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ปอด และชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ โดยมีเคล็ดลับสำคัญคือการออกกำลังกายแบบพอดี ไม่หนักจนเกินไป

3 รูปแบบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไตที่แข็งแรง

การดูแลไตผ่านการเคลื่อนไหว แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักที่ควรทำควบคู่กัน

1. การออกกำลังกายแบบยืดเหยียด: เพิ่มความสามารถในการรับรู้ทักษะการเคลื่อนไหวให้คล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อเอ็น กล้ามเนื้อข้อต่อ อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้รับความผ่อนคลายมากขึ้น

2. การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน: การออกกำลังกายโดยใช้น้ำหนักตัวเอง หรืออุปกรณ์ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มแรงต้านในการฝึกกล้ามเนื้อ

3. การออกกำลังกายแบบแอโรบิก: การออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะและต่อเนื่อง โดยใช้ออกซิเจนเป็นแหล่งพลังงานในการเคลื่อนไหว ส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานของกลุ่มกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้แก่หัวใจ ปอด และระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย

สเต็ปสร้างสมดุล: รวมท่าออกกำลังกายฉบับทำตามง่าย

เพื่อให้ปลอดภัยที่สุด วัย 50+ ควรออกกำลังกาย 3-5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-45 นาที โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1: อบอุ่นร่างกาย (5-10 นาที)

ทริคง่าย ๆ คือการยืดเหยียดช้า ๆ ไม่เคลื่อนไหวแบบกระชาก ค้างไว้ท่าละ 10-15 วินาที

ส่วนคอ: นั่งตรง ใช้นิ้วโป้งดันคางเงยขึ้น (ด้านหน้า), ประสานมือบริเวณท้ายทอยกดลงเบา ๆ (ด้านหลัง), และเอียงคอใช้มือช่วยดึง (ด้านข้าง)

ส่วนแขนและไหล่: ประสานมือเหยียดไปข้างหน้า, เหยียดแขนตึงแล้วดัดข้อมือขึ้น-ลง

ส่วนขาและลำตัว: ยืนเท้านำเท้าตาม ย่อเข่าหน้า ขาหลังตึง (ยืดน่อง), ยืนกางขาชูแขนเหนือศีรษะแล้วโน้มตัวไปข้าง ๆ (ยืดลำตัว)

ช่วงที่ 2: การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

เน้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่เพื่อให้ร่างกายทรงตัวได้ดีและกระฉับกระเฉง

บริหารขา: นั่งเก้าอี้แล้วเหยียดขาตรงไปข้างหน้า ค้างไว้ 5 วินาที (ทำสลับข้าง) หรือยืนจับพนักเก้าอี้แล้วเตะขาไปหน้า-หลังช้า ๆ

บริหารน่อง: ยืนจับพนักเก้าอี้แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้น-ลง 10-15 ครั้ง

บริหารแขนด้วยยางยืด: นั่งทับยางยืดแล้วออกแรงดึงขึ้น (ท่าพับศอกและท่ายกแขนออกด้านข้าง)

คาร์ดิโอเบา ๆ: นั่งหลังตรง ยกขาสลับกันเหมือนเดินย่ำอยู่กับที่ หรือกางแขนระดับไหล่แล้วเหยียดไปข้างหน้า ทำต่อเนื่อง 1 นาที

ช่วงที่ 3: คลายกล้ามเนื้อ (5-10 นาที)

ทำท่าเดียวกับช่วงที่ 1 เพื่อให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ ผ่อนคลายและลดอาการตึงค้าง

ทำไมวัย 50+ ต้องขยับ?

นอกจากประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความแข็งแรง การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอในระดับปานกลาง (เหนื่อยพอประมาณแต่ยังพูดเป็นประโยคได้) ส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคไตและผู้รักสุขภาพดังนี้:

คุมเบาหวาน-ความดัน: ลดภาวะดื้ออินซูลินและควบคุมความดันโลหิต ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของโรคไต

หัวใจแข็งแรง: ช่วยระบบไหลเวียนเลือด

สุขภาพจิตดี: ลดความกังวล ช่วยให้นอนหลับสบาย และป้องกันภาวะซึมเศร้า

ไตทำงานดีขึ้น: ช่วยเสริมสร้างการทำงานของไต ตับ และระบบย่อยอาหารให้สมบูรณ์

สุดท้ายนี้ เพราะโรคไตไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความฟิต แต่คือจุดเริ่มต้นของการหันมาฟังเสียงร่างกายให้มากขึ้น เริ่มขยับแต่น้อยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ไตและหัวใจได้ก้าวเดินไปพร้อมกันอย่างมั่นคง

เอกสารอ้างอิง:
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. (2568, พฤษภาคม, 7) การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. (2569, กุมภาพันธ์, 27)
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/kidney-exercise-2

GSK ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของท่านและเราให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวัง
หากท่านต้องการทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บ และวิธีการที่เราเก็บข้อมูลเหล่านั้น ท่านสามารถศึกษาได้จาก ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว