line
เมนู
รู้แล้วยัง

ชวนเสริมภูมิคุ้มกันความรู้ ถอดรหัสข่าวลวงเรื่องวัคซีน

วัย 50+ ต้องรู้เท่าทัน ป้องกันความเสี่ยง
แชร์บทความนี้
line
line
line

เพราะการดูแลตัวเองสำหรับวัย 50+ ไม่ได้มีแค่องค์ประกอบอย่างการดูแลสุขภาพกายและใจเพียงเท่านั้น แต่การรู้เท่าทันในสิ่งต่าง ๆ อย่างมีสติ ก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้วัย 50+ ทุกคนนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี เช่นเดียวกับบอร์ดความรู้จากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ที่มุ่งเน้นให้ Gen ยัง Active 50+ มีภูมิคุ้มกันความรู้ป้องกันข่าวลวง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของตนเองและสังคมนั่นเอง

ทำไมวัย 50+ ต้องมีภูมิคุ้มกันความรู้ป้องกันข่าวลวง?

อันที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะวัย 50+ หรือวัยไหน ๆ ก็ตามแต่ จำเป็นต้องอาศัย “ภูมิคุ้มกันความรู้” โดยการรู้เท่าทันและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนที่จะเชื่อถือ หรือส่งต่อไปยังผู้อื่น เนื่องด้วยสังคมทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารที่อาจจะคลาดเคลื่อนหรือถูกบิดเบือน บางส่วนถูกเผยแพร่ซ้ำโดยปราศจากการตรวจสอบที่รอบด้าน และส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง อย่างเช่น ข่าวปลอม หรือข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีความลังเล หรือปฏิเสธการรับวัคซีน จนอาจเสียโอกาสในการป้องกันโรค

และเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวลวง การมี “ภูมิคุ้มกันความรู้” จึงสำคัญมากในยุคนี้ เพราะภูมิคุ้มกันความรู้ที่แข็งแกร่ง เปรียบเสมือนวัคซีนที่ช่วยปกป้องตนเองและครอบครัวที่ดีที่สุด

3 ข้อมูลแบบไหนทําให้เกิดความเข้าใจผิด

1. ข้อมูลที่ผิดแต่ผู้เผยแพร่เข้าใจว่าเป็นจริง โดยไม่มีเจตนาให้ผู้อื่นเข้าใจผิด และเชื่อว่าการส่งต่อข้อมูลจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น (Misinformation) เช่น ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถทําให้เกิดโรคได้ ทั้งที่ความจริงวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทําจากเชื้อตายหรือ ส่วนประกอบของเชื้อที่ไม่ก่อให้เกิดโรคแล้ว
2. ข้อมูลบิดเบือนที่ถูกสร้างหรือเผยแพร่โดยตั้งใจหลอกลวงให้เข้าใจผิด (Disinformation) เช่น วัคซีน HPV ทําให้เป็นหมัน ทั้งที่ความจริงวัคซีน HPV มีความปลอดภัยเป็นที่ยอมรับได้
3. ข้อมูลเชิงทําร้ายที่มาจากทั้งเรื่องจริงและเท็จ โดยผู้ส่งสารมีเจตนาหวังโจมตีหรือสร้างความเกลียดชังแก่ผู้อื่น (Mal - information) เช่น บริษัทผู้ผลิตวัคซีนปกปิดข้อมูลผลข้างเคียงรุนแรงเพื่อเพิ่มยอดขาย ทั้งที่ความจริงมีข้อกฎหมายกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพต่อสาธารณะ

5 เทคนิคที่มักใช้ในการปฏิเสธวิทยาศาสตร์หรือข้อมูลเชิงวิชาการ

โดยเทคนิคที่มักถูกนำมาใช้เพื่อปฏิเสธข้อมูลเชิงวิชาการหรือวิทยาศาสตร์ที่เป็นข้อเท็จจริง เรียกว่า FLICC ซึ่งประกอบด้วย ๕ เทคนิค ได้แก่

1. F : Fake Experts
การใช้ผู้เชี่ยวชาญปลอมหรือคนที่ไม่รู้จริง มาแสดงความเห็นให้ดูน่าเชื่อถือ
2. L : Logical Fallacies
การใช้ตรรกะผิด เช่น เหมารวม เบี่ยงประเด็นข้อโต้แย้งที่ไม่มีฐานข้อมูลรองรับ
3. I : Impossible Expectations
การตั้งความคาดหวังที่เป็นไปไม่ได้ เช่น ข้อมูลต้องสมบูรณ์แบบหรือไม่มีข้อผิดพลาด
4. C : Cherry Picking
การเลือกข้อมูลเฉพาะส่วนที่สนับสนุนมุมมองตัวเองและเมินเฉยข้อมูลอื่นที่มาหักล้างข้อโต้แย้งนั้น
5. C : Conspiracy Theories
การสร้างทฤษฎีสมคบคิด เช่น กล่าวหานักวิทยาศาสตร์หรือหน่วยงานว่าจงใจปิดบังเพื่อสร้างความสับสนหรือบิดเบือนความจริง

5 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันจากข่าวลวงวัคซีน

1. เช็กก่อนคลิก คิดก่อนแชร์
2. ตรวจสอบที่มาและความถูกต้อง พิจารณาแหล่งข่าวว่าผู้พูดเป็นใคร มีความเชี่ยวชาญหรือไม่ มีหน่วยงานทางการพูดถึงประเด็นนี้หรือไม่
3. ตั้งคําถามว่าจริงหรือไม่ มีหลักฐานอะไร น่าเชื่อถือแค่ไหน
4. ถ้าไม่ชัวร์อย่าแชร์ เพราะข้อมูลผิดแพร่ไวกว่าโรค
5. ตรวจสอบข้อมูลวัคซีนจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น ชัวร์ก่อนแชร์, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม, WHO, กรมควบคุมโรค และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ

โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำ

เรียบเรียงโดย : จีเอสเค

Non-Promotional Material
NP-TH-NA-WCNT-250023 | Oct 2025

GSK ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของท่านและเราให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวัง
หากท่านต้องการทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บ และวิธีการที่เราเก็บข้อมูลเหล่านั้น ท่านสามารถศึกษาได้จาก ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว