line
เมนู
รู้แล้วยัง

เช็กด่วน! ใครเสี่ยงติดเชื้อไวรัส RSV ลงปอด...อันตรายถึงชีวิต

แชร์บทความนี้
line
line
line

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น สุขภาพปอดและภูมิคุ้มกันย่อมอ่อนแอลงตามวัย นำไปสู่การเกิดโรคทางเดินหายใจ⁵ ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หนึ่งในเชื้อไวรัสที่ควรระวังคือ ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งเป็นไวรัสสาเหตุอันดับ 2 ของโรคปอดอักเสบในผู้สูงอายุ¹ และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หรือ โรคหอบหืดกำเริบ ได้⁴

จากข้อมูลพบว่า เมื่อเป็นโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส RSV ในกลุ่มผู้สูงอายุจะมีอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงถึง 10.6%² และ 1 ใน 4 เสียชีวิต3 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการติดเชื้่อไวรัส RSV ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นภัยสุขภาพที่ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัย 50 ปีขึ้นไป ที่ภูมิคุ้มกันเริ่มลดลง และหากมีโรคประจำตัวก็ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มเสี่ยงของการติดเชื้อไวรัส RSV ที่ควรรู้

โรคติดเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือกลุ่มผู้สูงอายุ⁴ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเริ่มอ่อนแอลงตามวัย ทำให้ไวรัสสามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจและลุกลามเข้าสู่ปอดได้ง่าย⁵ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่มีโรคประจำตัว⁴

50+ แบบไหนเสี่ยงโรค RSV มากกว่า?⁴

สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป การติดเชื้อไวรัส RSV อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้
1. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคต่อไปนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงหรือการต้องนอนโรงพยาบาล ได้แก่

  • โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และหอบหืด
  • โรคเบาหวาน
  • โรคไตเรื้อรัง
  • โรคหัวใจเรื้อรัง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือภูมิต้านทานอ่อนแอ
2.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยยากดภูมิ

ทำไมโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ถึงอันตรายกับผู้สูงวัยมากกว่าที่คิด

  • ผู้สูงอายุ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงทำให้ร่างกายกำจัดไวรัสได้ช้ากว่า⁵
  • โรคประจำตัวเดิมอาจกำเริบ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรงสูงกว่า⁴

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือภาวะออกซิเจนต่ำ⁶˒⁷

บางรายต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลยาวนานถึง 11 วัน³ และ 1 ใน 4 ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ⁷

สำรวจตัวเอง อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่?¹

  • มีอายุเกิน 50 ปี
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน

ถ้า “ใช่” ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการป้องกันและตรวจสุขภาพปอด

แนวทางลดความเสี่ยงจาก RSV

เนื่องจากเชื้อไวรัส RSV สามารถแพร่กระจายได้ง่ายและเร็วกว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ทำให้ผู้ติดเชื้อ 1 คน สามารถแพร่กระจายไปได้ถึง 3 คน⁸˒⁹ โดยข้อมูลในประเทศไทย พบอัตราเสียชีวิตจากโรค RSV ในผู้สูงอายุ ประมาณ 26.7% ซึ่งสูงมากกว่าถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับ อัตราการเสียชีวิตในเด็กเล็ก³ นอกจากนี้ปัจจุบันไม่มียารักษาการติดเชื้อไวรัส RSV¹¹ แต่มีแนวทางลดความเสี่ยงได้

  • หมั่นล้างมือให้สะอาด
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปในที่ชุมชน
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
  • รักษาสุขอนามัยในที่พักอาศัย เช่น เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท¹¹
  • ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เรื่อง โรคและวัคซีนป้องกัน RSV ซึ่งขณะนี้มีให้บริการในประเทศไทยแล้ว ในปัจจุบันโดยวัคซีนทั้ง 2 ชนิดสามารถป้องกันไวรัส RSV ได้ทั้งสายพันธุ์ A และ B¹²⁻¹⁴

อย่ารอให้ไอกลายเป็นเสียงเตือนครั้งสุดท้ายจากปอด ไวรัส RSV วัย 50+ ในกลุ่มเสี่ยง ป้องกันได้ด้วยสุขอนามัยที่ดีและการรับวัคซีนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกัน โปรดปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV การรักษา การป้องกัน และวัคซีนป้องกัน

เรียบเรียงโดย : จีเอสเค

เอกสารอ้างอิง
1. Falsey, A.R., et al. (2006). Viral pneumonia in older adults. Clinical Infectious Diseases, 42(4), 518-524.
2. Falsey, A. R., et al. (2005). Respiratory syncytial virus infection in elderly and high-risk adults. The New England journal of medicine, 352(17), 1749–1759.
3. Khaing, W.,et al. (2024). Real-World Assessment of Economic and Clinical Outcomes in Thai Patients With Respiratory Syncytial Virus Infection Across Age Groups: A Retrospective Cohort Analysis. Influenza and other respiratory viruses, 18(11), e70039.
4. CDC. (2025, August 18). Clinical Overview of RSV. Retrieved October 20, 2025, from https://www.cdc.gov/rsv/hcp/clinical-overview/index.html
5. Xu, W., et al. (2020). The untwining of immunosenescence and aging. Seminars in Immunopathology, 42(5), 559-572.
6. Chuaychoo, B., et al. (2021). Characteristics, complications, and mortality of respiratory syncytial virus compared with influenza infections in hospitalized adult patients in Thailand. The International Journal of Infectious Diseases, 110, 237–246.
7. Kaler, J., et al. (2023). Respiratory Syncytial Virus: A Comprehensive Review of Transmission, Pathophysiology, and Manifestation. Cureus, 15(3), e36342.
8. Reis, J., et al. (2016). Retrospective Parameter Estimation and Forecast of Respiratory Syncytial Virus in the United States. PLoS computational biology, 12(10), e1005133.
9. Biggerstaff, M., et al. (2014). Estimates of the reproduction number for seasonal, pandemic, and zoonotic influenza: a systematic review of the literature. BMC Infectious Diseases, 14, 480.
10. Nam ,H.H., et al. (2019). Respiratory syncytial virus infection in adults. BMJ, 366, l5021.
11. CDC. (2025, July 8). How RSV Spreads. Retrieved October 20, 2025, from https://www.cdc.gov/rsv/causes/index.html
12. Papi, A., et al. (2023). Respiratory Syncytial Virus Prefusion F Protein Vaccine in Older Adults. The New England journal of medicine, 388(7), 595-608.
13. Ison MG et al. (2024). Efficacy and Safety of Respiratory Syncytial Virus (RSV) Prefusion F Protein Vaccine (RSVPreF3 OA) in Older Adults Over 2 RSV Seasons. Clinical Infectious Diseases, 78(6), 1732-44.
14. Walsh EE et al. (2023). Efficacy and Safety of a Bivalent RSV Prefusion F Vaccine in Older Adults. The New England journal of medicine, 388(16), 1465-77.

Non-Promotional Material
NP-TH-RS-WCNT-250005 | Oct 2025

GSK ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของท่านและเราให้คำมั่นสัญญาว่าเราจะจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความระมัดระวัง
หากท่านต้องการทราบถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บ และวิธีการที่เราเก็บข้อมูลเหล่านั้น ท่านสามารถศึกษาได้จาก ประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว