หาก “โรคเบาหวาน” คือฝันร้ายของวัย 50+ “โรคงูสวัด” เองก็คงเป็นอีกหนึ่งฝันร้ายไม่ต่างกัน แม้จะเป็นกลุ่มโรคที่แตกต่างกัน แต่กลับมีความเชื่อมโยงที่หลายคนคาดไม่ถึง เนื่องด้วยผู้ป่วยเบาหวานจะมีโอกาสติดเชื้อง่ายกว่าคนปกติ จากภูมิคุ้มกันที่ใช้ต่อสู่กับการติดเชื้อทำงานลดลง รวมไปถึงระดับน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มสูงขึ้น ล้วนมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันหลักของร่างกายที่ใช้ต่อต้านเชื้องูสวัด¹
3 เหตุผลที่ทำไมคนที่เป็นเบาหวานถึงมีความเสี่ยงสูงกว่า?¹
ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัดสูงกว่าคนทั่วไปด้วยหลายสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสภาพร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน
ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ¹
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมักจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าคนปกติ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันไม่เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ยากขึ้น และมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
การติดเชื้อง่ายขึ้น¹
ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงยังส่งผลให้ร่างกายมีโอกาสในการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และการฟื้นตัวจากการติดเชื้อก็ช้ากว่าปกติ ผู้ป่วยเบาหวานจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด
ภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ¹
นอกจากนั้น ผู้ป่วยเบาหวานยังมักมีภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคงูสวัด เช่น โรคหัวใจ, โรคไต, และปัญหาทางระบบประสาท ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคงูสวัดได้มากขึ้น
3 อาการของโรคงูสวัดในผู้ป่วยเบาหวาน¹
ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เป็นโรคงูสวัดมักจะมีอาการรุนแรงกว่าและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูงกว่าอาการทั่วไป ซึ่งอาการหลัก ๆ ที่พบได้ ได้แก่
1. ผื่นและตุ่มน้ำใส¹˒²˒⁹
ผื่นแดงหรือตุ่มนูนนี้จะขึ้นตามตัวคล้ายโรคอีสุกอีใส แต่แตกต่างกันคือจะไม่กระจายทั่วตัวเหมือนอีสุกอีใส แต่จะเรียงเป็นกลุ่มหรือเป็นแถวยาวตามแนวของเส้นประสาท จากนั้นตุ่มนูนจะกลายเป็นตุ่มน้ำใส และแตกออกจนตกสะเก็ด และหายได้เองใน 2 สัปดาห์ และเมื่อแผลหายแล้ว อาจยังมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทได้
2. อาการปวดแสบปวดร้อนและคัน¹˒²˒¹⁰
นอกเหนือจากผื่นหรือตุ่มแล้ว อาการที่เด่นชัดอีกอย่างคือ อาการปวดแสบปวดร้อน ซึ่งเกิดบริเวณผิวหนังตามแนวเส้นประสาท โดยบางรายอาจปวดเหมือนไฟช็อต ในขณะที่บางรายเพียงแค่สัมผัสเบา ๆ หรือสัมผัสกับเสื้อผ้าบาง ๆ ก็มีอาการปวดแล้ว
3. ปวดตามแนวเส้นประสาท1-3,9
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่ อาการปวดตามแนวเส้นประสาทหลังการติดเชื้อ ซึ่งพบได้มากขึ้นในวัย 50+ โดยระยะเวลาในการปวดจะขึ้นกับแต่ละบุคคล บางรายอาจปวดเป็นเดือน บางรายอาจปวดเป็นปี หรือบางรายอาจปวดตลอดชีวิตก็ได้ นับว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกับคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก
ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะป้องกันการติดเชื้อได้อย่างไร?
การป้องกันโรคติดเชื้อสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน สามารถทำได้โดยการคุมเบาหวาน แล้วการคุมเบาหวานทำอย่างไร? สำหรับการคุมเบาหวาน หมายถึง ผู้ป่วยจะต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี พบแพทย์ให้สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องปฏิบัติ นอกจากนี้ ควรควบคุมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) โดยจะต้องไม่เกิน 6.5 mg% สำหรับผู้ป่วยปกติ และไม่ควรเกิน 7-7.5 mg% ในผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงและไม่มีโรคร่วมมาก⁴˒⁵
วัย 50+ ต้องรู้! ป้องกันก่อนงูสวัดมาเยือน
นอกจากการคุมเบาหวานแล้ว ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงภาวะเครียด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคงูสวัด ซึ่งสามารถป้องกันได้อีกทางหนึ่งด้วยการรับวัคซีน⁶˒⁷
ซึ่งในปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดมีทั้งหมด 2 ชนิด ได้แก่⁸ 1. วัคซีนชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น สำหรับผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเป็นโรคงูสวัด เนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง 2. วัคซีนชนิดเชื้อเป็น สำหรับผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป
แม้ในปัจจุบันจะมีวิธีรักษาโรคงูสวัดแล้ว แต่การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา และยังช่วยลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจตามมาได้ด้วย อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และการรับวัคซีนงูสวัดก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง⁷
โปรดปรึกษาบุคลากรการแพทย์เพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม
เรียบเรียงโดย : จีเอสเค
เอกสารอ้างอิง: 1. โรงพยาบาลบีเอ็นเอช. เป็นเบาหวานยิ่งเสี่ยงโรคงูสวัด. (23 Oct 2025) from: https://www.bnhhospital.com/th/shingles-zoster-vaccine-diabetes/ (Access Oct 2025) 2. Harpaz R;Morbidity and Mortality Weekly Report;2008;57;1-40 3. NHS;2021;1-2;Post-herpetic neuralgia from: https://www.nhs.uk/conditions/post-herpetic-neuralgia/ (Access Nov 2025) 4. แนวทาง HbA1c ล่าสุดจาก ADA 2025: อัปเดตเกณฑ์วินิจฉัยและการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน from: https://openhouseclinic.com (Access Oct 2025) 5. 5 วิธีดูแลตนเอง เมื่อป่วยเป็น "โรคเบาหวาน" | โรงพยาบาลพิษณุโลก ฮอสพิทอล | โทร : 055 909 888 from: https://www.phitsanulok-hospital.com/th/knowledges/5-self-care-tips-when-you-have-diabetes (Access Oct 2025) 6. Harvard Health;2021;1-13;How to boost your immune system 7. About Shingles (Herpes Zoster) | Shingles (Herpes Zoster) | CDC from: https://www.cdc.gov/shingles/about/index.html (Access Oct 2025) 8. IDAT;2025;1-46;Recommend Adult and Elderly Immunization Schedule 9. Papagianni M;Diabetes Ther;2018;9;545–550 10. Mohammed HF Shalaye 2013; Hyperglycemia as a Predictor for Post-herpetic Neuralgia in Patients with Herpes Zoster from: https://saspublishers.com/media/articles/SJAMS16661-663_QQUjTPx.pdf (Access Nov 2025)
Non-Promotional Material NP-TH-HZU-WCNT-250008 | Oct 2025




